จัดทัพสู้! เรียนรู้จากสิ่งที่พลาด

ถอดบทเรียนกรณีการบินไทย (ตอนที่ 1)

 

MEA มีโอกาสเดินเข้าสู่หนทางเดียวกับการบินไทยหรือไม่

เราจะสร้างความแข็งแกร่ง เพื่อก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคง และยั่งยืนได้อย่างไร

 

จากกรณีศึกษาการบินไทย คงสั่นคลอนภาวะจิตใจของเราชาว MEA ไม่ใช่น้อย รวมถึงชาวพนักงานรัฐวิสาหกิจด้วยกัน เนื่องจากการบินไทยเคยเป็นรัฐวิสาหกิจอันดับหนึ่งที่เคยมั่นคงที่สุด สร้างกำไรได้สูงสุด เป็นบริษัทชั้นนำที่มีเครือข่ายทั่วโลก เป็นองค์กรที่บัณฑิตจบใหม่หญิงชายไฟแรงหมายปองใฝ่ฝันเพื่อก้าวมาเป็นส่วนหนึ่งของความมั่นคงในอาชีพ มาบัดนี้...กลับสิ้นสภาพการเป็นรัฐวิสาหกิจในที่สุด ในยุคสมัยของการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและเต็มไปด้วยวิกฤติต่าง ๆ

 

ทว่า ปัญหาหนักหน่วงที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาด้านความสามารถในการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ปัญหาการจัดการบุคลากร การใช้ทรัพยากรไม่คุ้มค่า การหาจุดเด่นขององค์กรไม่เจอ ทำให้มองการแข่งขันไม่ออก จึงเกิดการลงทุนผิดพลาด จนทำให้ การบินไทย...เสียอาการอย่างหนัก จนเข้าขั้นโคม่าในที่สุด เนื่องจากทนพิษเศรษฐกิจจากโควิดและการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ไม่ไหว

 

จัดทัพพลาด มองเกมไม่ขาด ก็ขาดใจ

 

การพลาดท่าเสียทีของการบินไทย เกิดจากอะไรบ้าง เรามาดูกัน

 

  1. จากปัญหาที่หนักหน่วงข้างต้น ล้วนเกิดจากนโยบายที่ไม่ชัดเจน ความไม่โปร่งใส และนำไปสู่การบริหารจัดการที่ล้มเหลว ตั้งแต่ยุคที่มีการผูกขาดมายาวนาน และรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเข้าสู่ยุคของการแข่งขัน เกิดจากความประมาท ที่เป็นผลมาจากความเชื่อของทุกคนทั้งนักบริหารและพนักงานทุกคนที่มีมายาวนานว่า “รัฐวิสาหกิจคือองค์กรที่มั่นคงและไม่มีวันไล่คนออก” ซึ่งมีอิทธิพลสูงต่อวิธีคิดและวิถีการดำเนินงานของทุกคน การยึดมั่นในความเชื่อดังกล่าว ทำให้ทุกคนละเลยต่อภัยเงียบที่ค่อย ๆ คืบคลานเข้ามา และไม่สนใจ ไม่ใส่ใจต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกภายนอก แม้จะมองเห็นภัยคุกคามจาก “การแข่งขัน” และ “การเปลี่ยนแปลง” (Disruption) ที่ถูกหยิบยกมาวิเคราะห์ในพิธีกรรมการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ในทุก ๆ ปีก็ตาม แต่ทว่า การมองเห็นภัยคุกคามดังกล่าว กลับถูกบิดเบือนด้วยความเชื่อของคำว่า “รัฐวิสาหกิจมีความมั่นคง” ที่เคยสะกดจิตตัวเองมานาน ทำให้ทุกคน มองข้ามภัยคุกคามเหล่านั้นไป นำไปสู่หายนะและจุดจบของการเป็นรัฐวิสาหกิจที่ไม่สวยนัก

 

  1. ไม่สามารถบริหารจัดการวิกฤติได้ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงและยาวนาน แต่ไม่มีการวิเคราะห์สถานการณ์และประเมินความเสี่ยงที่ดีพอ จึงไม่สามารถปรับตัวได้ทัน

 

 

จัดทัพลงสนามรบ “อยากไปรอด ต้องสอดประสาน”

 

การสร้างภูมิคุ้มกันให้ตนเอง ไม่ให้ซ้ำรอยการบินไทย

ความอยู่รอดขององค์กรจึงอยู่ที่ว่า ใครจะมองทะลุทะลวงถึงการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ หรือภัยคุกคามที่กำลังเข้ามา และบริหารจัดการได้ดีกว่ากัน ในระยะเวลาที่รวดเร็วทันการณ์

 

ทางแก้ ที่จะช่วยกันป้องกัน ไม่ให้ MEA ของพวกเรา ต้องตกอยู่ใน loop เฉกเช่นการบินไทย เราจึงต้องทำให้ MEA เป็น “องค์กรที่มีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ และพร้อมปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ”  

 

ระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมีอยู่ 8 เรื่อง แต่ละเรื่องไม่ยาก

 

แต่... ความยากอยู่ที่การทำให้แต่ละเรื่องเชื่อมโยงบูรณาการกัน

และ... ที่ยากที่สุดคือ ความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น หรือในภาวะวิกฤติได้เร็ว

 

การสร้างระบบการบริหารจัดการไม่ใช่เรื่องยาก เพราะแต่ละเรื่อง เราล้วนคุ้นเคย และทำมาหมดแล้ว  ประกอบด้วย การกำกับดูแลที่ดีและการนำองค์กร การวางแผนเชิงกลยุทธ์ การบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายใน การมุ่งเน้นด้านผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และลูกค้า การพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล การบริหารทุนมนุษย์ การจัดการความรู้และนวัตกรรม และการตรวจสอบภายใน ซึ่งกระทรวงการคลังได้เล็งเห็นความสำคัญของเรื่องดังกล่าว จึงรวมแนวปฏิบัติต่าง ๆ ที่เป็นสุดยอดมาตรฐานระดับโลกของทั้ง 8 ด้าน และจัดทำเป็นคู่มือการประเมินผลการดำเนินงานรัฐวิสาหกิจตามระบบประเมินผลใหม่ที่เรียกว่า State Enterprise Assessment Model: SE-AM (อ่านว่า ซีม) เพื่อให้ทุกรัฐวิสาหกิจใช้เป็นแนวปฏิบัติในการสร้างความพร้อมในการบริหารจัดการ ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับรัฐวิสาหกิจไทย ซึ่งทุกสายงาน/หน่วยงานจะมีเอี่ยวทุกข้อ แต่จะมากน้อยในแต่ละเรื่องแค่ไหนเท่านั้นเอง 

 

ดังนั้น ทุกคนไม่ต้องตกใจกลัวเกณฑ์ เพราะเรามีการดำเนินงานค่อนข้างครอบคลุมทุกเรื่องอยู่แล้ว แต่สิ่งที่เราต้องทำคือ ทำให้ทุกเรื่องเชื่อมโยงกัน โดยการวางแผนการดำเนินงานร่วมกัน และสร้างกลไกที่สอดประสานกัน

 

 

การทำให้การบริหารจัดการทั้ง 8 เรื่องนี้เชื่อมโยงกัน สำคัญอย่างไร

หากวิเคราะห์จากกรณีการบินไทย จะพบว่า สาเหตุที่การบริหารที่ผิดพลาด ก็เพราะทำแต่ละเรื่องแยกส่วนกันโดยสิ้นเชิง ต่างฝ่ายต่างทำไม่ยุ่งเกี่ยวกัน ทำให้ไม่สนับสนุนและส่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับองค์กร

 

หากผู้นำ มีบทบาทเสมือนแม่ทัพ กำหนดนโยบาย และเป้าหมายในอนาคตองค์กรที่ชัดเจน แล้วนำมาวางแผนยุทธศาสตร์ (แผนแม่) และจัดทำแม่บทต่างๆ (แผนลูก) เพื่อสนับสนุนความสำเร็จของแผนแม่ ไม่ว่าจะเป็น

  • แผนการบริหารคน เพิ่มลดอัตรากำลัง สร้างคนเก่งคนดี สร้างองค์กรที่เป็นสุข
  • แผนบริหารเทคโนโลยีดิจิทัล สนับสนุนการทำงานทั้ง Front Office และ Back Office ให้เป็น Digital ทั้งหมด
  • แผนบริหารจัดการผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนความสำเร็จร่วมกัน
  • แผนบริหารจัดการลูกค้า เพื่อสร้างความเป็นเลิศในการให้บริการ และความพึงพอใจสูงสุด
  • แผนจัดการความรู้ เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน นำไปสู่การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
  • แผนบริหารจัดการนวัตกรรม เพื่อส่งเสริมให้พนักงานมีความคิดสร้างสรรค์ คิดค้นผลิตภัณฑ์/บริการ ใหม่ ๆ และแสวงหาโอกาสทางธุรกิจอย่างไม่หยุดยั้ง สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กร
  • แผนการบริหารความเสี่ยง โดยมีการประเมินความเสี่ยง และสร้างกลไกการควบคุมภายใน และการตรวจสอบภายใน เพื่อให้มั่นใจว่า การดำเนินงานทุกอย่างจะสำเร็จตามที่กำหนดไว้

 

การวางแผนแม่และแผนลูกที่บูรณาการกัน ก็เหมือนกับการจัดทัพที่ดี มีการทำงานที่สอดประสาน ซึ่งจะทำให้กองทัพแข็งแกร่ง พร้อมเผชิญข้าศึกในทุกรูปแบบ อย่างไม่หวั่นไหว แต่หากเก่งคนเดียว ไม่สนใจใครแล้ว นอกจากเหนื่อยอย่างแสนสาหัสแล้ว ก็ไม่อาจสามารถนำกองทัพพิชิตชัยชนะได้ ยิ่งกว่านั้นก็คือ อาจนำหายนะมาสู่กองทัพได้

 

เกณฑ์การประเมินผลการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจตามระบบประเมินผลใหม่ (SE-AM) ทำให้รัฐวิสาหกิจเห็นจุดบอดในการบริหารจัดการที่ชัดเจนขึ้น และเห็นความสำคัญของการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างระบบงานต่างๆ รวมถึงความสำคัญของการปรับปรุงการทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง

 

กรณีของ MEA ก็ถือว่าการบริหารจัดการแต่ละด้านค่อนข้างเป็นระบบ แต่ยังมีปัญหาสำคัญก็คือ แผนการทำงานแต่ละด้านอาจจะยังไม่เชื่อมโยงกันแบบแนบสนิท ซึ่งค่อนข้างเป็นสิ่งท้าทายสำหรับ MEA อย่างไรก็ตาม ปีนี้ MEA จะมีการประชุมจัดทำแผนยุทธศาสตร์องค์กรและบูรณาการทุกแผนเข้าด้วยกัน โดยจะทำ Roadmap ในการพัฒนาระบบการบริหารจัดการทั้ง 8 ด้าน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสูงสุด

 

แผนดี โอกาส “รอด” ก็ยิ่งมีมากขึ้น

แต่ไม่เคยมีใครชนะ เพียงแค่กำแผนดี ๆ ไว้ในมือ กอดแผนดี ๆ ไว้โดยไม่ลงมือทำอะไรต่อ

 

แผนดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

แต่ที่เหลืออีกครึ่ง คือ “เรา” ต้อง “ลงมือทำ”

 

เปลี่ยน “แผนดี” เป็น “การปฏิบัติที่ดี”

คำถามคือ... จะทำอย่างไร? กระแสฉบับหน้ามีคำตอบ

 

 

บทความโดย ฝ่ายพัฒนาคุณภาพองค์กร (ฝพอ.)

 

---------------

อ่าน "กระแส" บทความอื่น ๆ

14 จะรอวันนั้น... หรือจะเริ่มวันนี้

13 บทเรียน “น้ำประปาเค็ม” MEA พร้อมหรือยัง เตรียมรับมือ “ค่าไฟฟ้าหน้าร้อน”

12 COVID-19 “การรับผิดชอบต่อส่วนรวม” มีเดิมพันที่สูงกว่าเดิม

11 ฝ่าปีสุดโหด 2020 เตรียมรับ Trend โลกปี 2021

10 โจ ไบเดน: สุนทรพจน์หลังชนะเลือกตั้ง กับคำพูดที่ชวนให้คน MEA หันมามอง (เป้าหมาย) ตัวเอง

09 ถอดบทเรียนท่อก๊าซระเบิด - ความไวคือหัวใจ ให้ได้ใจในวิกฤต

08 ตกผลึกเหตุการณ์โรงเรียนชื่อดัง คน MEA ได้เรียนรู้อะไร

07 ความผิดพลาดเกิดขึ้นได้... อยู่ที่ว่าใครรับมือได้ดีกว่ากัน บทเรียนล้ำค่าจากระบบ Garmin ล่ม

06 30 ปีแห่งการรอคอย เราควรเรียนรู้อะไร จากแชมป์ของลิเวอร์พูล

05 เชื่อหรือไม่? ชีวิตดิจิทัล เริ่มต้นที่ใจ

04 จัดทัพสู้! เรียนรู้จากสิ่งที่พลาด ถอดบทเรียนกรณีการบินไทย (ตอนที่ 2)

03 จัดทัพสู้! เรียนรู้จากสิ่งที่พลาด ถอดบทเรียนกรณีการบินไทย (ตอนที่ 1)

02 รัฐวิสาหกิจมั่นคงจริงหรือ? รวบรวมบทวิเคราะห์เพื่อการเรียนรู้ ถอดบทเรียนจากกรณีการบินไทย

01 MEA เจิดจ้า ท้าชนพี่ ๆ มาสคอตระดับโลก