Print
กระแสออนไลน์
Hits: 3246

 

Energy for City Life, Energize Smart Living

วิสัยทัศน์ภาพใหญ่สำเร็จได้ เมื่อทุกจุดพิกเซลพร้อม ‘เปลี่ยน’  บทเรียนจาก Disney ว่าทุกคนคือ Disney

 

งานวันสื่อสารวิสัยทัศน์ “Together for Smart Living รวมพลังเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานครจบลงไปแล้ว พวกเราได้ฟังแนวคิดวิสัยทัศน์จากผู้ว่าการคนใหม่ของพวกเรา คุณวิลาศ เฉลยสัตย์ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวงคนที่ 18  

 

แล้ววิสัยทัศน์ ที่เป็นเหมือนเป้าหมาย เป็นเส้นชัยปลายทางในอนาคตของ MEA รวมทั้งเส้นทางเพื่อจะถึงเส้นชัยนั้นเป็นอย่างไร พวกเราทุก ๆ คน ในฐานะ “คน MEA” มีบทบาทอย่างไรตลอดเส้นทางนั้น

 

กระแสฉบับนี้จะพาไปทุกคนไปสัมผัสบทเรียนจากองค์กรระดับโลกอย่าง Disney ว่าพวกเขาทำอย่างไร ให้พนักงานทุกคน ตั้งแต่คนขายตั๋ว นักแสดงใส่ชุดมิกกี้เมาส์ ไปจนถึงฝ่าย IT ที่ไม่ได้พบเจอหน้าลูกค้าเลยด้วยซ้ำ ได้เห็นบทบาทของตัวเอง ในการ “สร้างควาสุข” ตามวิสัยทัศน์ของ Disney

 

 

 

MEA = คน MEA

 

“ใน 20 ปีข้างหน้า MEA ของเราจะเป็นอย่างไร จะก้าวไปสู่เส้นทางนั้นด้วยกระบวนการอย่างไร การที่จะขับเคลื่อนองค์กรขนาดใหญ่ ผมในฐานะผู้ว่าการทำคนเดียวไม่ได้หรอกครับ เราต้องทำงานเป็นทีม พวกเราเองที่เป็นผู้ปฏิบัติงาน เป็นผู้บริหาร”

 

ประโยคเปิดของผู้ว่าการคนใหม่ ตอกย้ำให้พวกเราทุกคนได้เห็นว่าองค์กรที่แม้ดูใหญ่โตเมื่อมองจากภายนอก แต่ภายในล้วนประกอบขึ้นจากคนเล็ก ๆ ข้างในทุกคนรวมกัน และการพัฒนาคนนั้น เป็นความสำคัญอันดับแรกที่ผู้ว่าการย้ำชัดเจนว่าจะต้องสร้างให้เกิดขึ้นภายใน 3 ปีแรก

 

“ไม่ว่า Vision จะว้าวขนาดไหน Mission จะชัดเจนขนาดไหน ถ้าเราไม่มีวัฒนธรรมเป็นตัวกำกับการดำเนินงาน ไม่มีทางประสบความสำเร็จ ทำอย่างไรให้ C-H-A-N-G-E มันอยู่ในสายเลือดของเราทุกคน”

 

ผู้ว่าการยังเพิ่มเติมอีกว่าค่านิยม C-H-A-N-G-E ไม่ใช่ของใหม่ที่ต้องสร้าง แต่ต้องซึมซับ ให้เป็น Work in process อยู่ในทุกกระบวนการทำงานของเรา อยู่ในสายเลือด พวกเราทุกคนอยู่ใน Roadmap ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่จะทำให้ MEA บรรลุวิสัยทัศน์ที่วาดฝันกันไว้ในปี 2580

 

 

Energy for City Life, Energize Smart Living และ 3 ความเปลี่ยนแปลงที่จะกระทบองค์กร

 

ผู้ว่าการได้เปิดประเด็นในอนาคตให้พวกเราได้เห็นถึง Trend ความเปลี่ยนแปลงที่จะเข้ามากระทบองค์กรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เรื่องแรกคือ ความสำคัญของสิ่งแวดล้อม นโยบายของทุกประเทศทั่วโลก ที่จะมุ่งสู่ Net Zero หรือการไม่ปล่อยคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศ ประเทศไทยก็จะเป็นหนึ่งในนั้น ที่นายกรัฐมนตรีของเราได้ไปแถลงไว้แล้วในเวที COP26 ว่าจะบรรลุเป้าหมายให้ได้ในปี 2065 แน่นอนว่าอุตสาหกรรมพลังงานนั้นเกี่ยวข้องตรง ๆ เต็ม ๆ

 

เรื่องที่สอง คือ Energy Transformation การเปลี่ยนแปลงอย่าง Decarbonization, Decentralize, Digitalization, Deregulation จะเปลี่ยนแปลงการทำธุรกิจแบบเดิม ๆ ของ MEA ไปอย่างไม่มีวันเหมือนเดิม รัฐวิสาหกิจจะไม่ได้อยู่ในสถานะผูกขาดแบบเดิมอีกต่อไป แล้วพวกเราจะปรับตัวกันอย่างไร

และเรื่องสุดท้าย คือการเติบโตอย่างก้าวกระโดด และการสนับสนุนของรัฐอย่างเต็มที่ ใน EV ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งความท้าทาย และโอกาสใหม่ ๆ ของ MEA ขึ้นอยู่กับว่าพวกเราจะเตรียมพร้อมคว้าไว้มากแค่ไหน

 

นั่นเป็นที่มาของวิสัยทัศน์ Energy for City Life, Energize Smart Living ซึ่งหากวิเคราะห์คำให้ลึกลงไป ก็จะพบว่าแบ่งเป็น 2 ส่วนสำคัญ คือ Energy for City Life ที่ผู้ว่าการลงรายละเอียดคือ 4 ด้านสำคัญที่ MEA ต้องสร้างให้เกิด นั้นคือ Stability ที่พวกเราต้องยืนยันกับผู้ใช้ไฟกว่า 10 ล้านคน ว่าไฟฟ้าจะพึ่งพาได้ จะมีเสถียรภาพ  Sufficiency จะเพียงพอ  Safety จะปลอดภัยกับทุกคน และ Scenery เป็นส่วนสร้างเมืองที่สวยงาม

 

อีกส่วนคือ Smart Living ซึ่งตกผลึกวิถีชีวิตลูกค้าผู้ใช้ไฟที่เปลี่ยนแปลงไป บทบาทหน้าที่สำคัญของ MEA ที่เป็นเป้าหมายในส่วนนี้ จึงเป็นการให้บริการได้จากทุกที่ (MEA service from everywhere) การยกระดับการบริการดิจิทัลที่ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงเราได้ทุกที่ทุกเวลา


เพราะการเป็น "พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร" นั้นไม่ใช่เพียงการเป็นผู้ซื้อ ผู้ขาย ซึ่งกันและกัน แต่เราคือผู้อยู่เบื้องหลังที่สร้างความสะดวกสบาย วิถีชีวิตที่ดี ต่อผู้ใช้ไฟที่เราดูแล

 

วิสัยทัศน์เป็นจุดหมายปลายทาง เพื่อให้เรามีจุดโฟกัสในการเดินไปข้างหน้า แต่เช่นเดียวกับภาพใหญ่ที่ประกอบขึ้นจากจุดเล็ก ๆ วิสัยทัศน์ขององค์กรก็ต้องขับเคลื่อนจากความสำเร็จเล็ก ๆ ของแต่ละหน่วยงานโดยไปในทิศทางเดียวกัน

 

 

Photo Credit: Disney Institute

 

หัวใจสำคัญคือ “คน” บทเรียนจาก Disney

 

อย่างที่ผู้ว่าการได้กล่าวไว้ว่า หัวใจสำคัญที่สุดของวิสัยทัศน์ไม่ใช่แผนหรือคำพูดสวยหรู แต่คือการที่ “คน MEA” อย่างพวกเราทุกคน เข้าใจถึงเป้าหมายนั้นอย่างแจ่มชัด เห็นบทบาทว่าตัวเองมีผลต่อเส้นทางไปถึงเป้าหมายนั้นอย่างไร ในทุกวันนี้ที่เราทำงาน เราทำอะไรให้เข้าใกล้เป้าหมายขององค์กรมากขึ้นบ้าง

 

ซึ่งหนึ่งในองค์กรระดับโลกที่เราเรียนรู้จากเขาได้ในเรื่องนี้ ก็คือ Disney

 

Disney เป็นองค์กรใหญ่ที่มีธุรกิจหลากหลายไม่ว่าจะเป็น Studio สร้างภาพยนตร์ Steaming service หรือสวนสนุก แต่ไม่ว่าจะธุรกิจใด ล้วนอยู่ใต้วิสัยทัศน์เดียวกัน นั่นคือการสร้าง “ความสุข” ให้กับผู้คน

 

คุณบรูซ โจนส์ Senior Programming Director แห่ง Disney Institute ได้เล่าถึงคำพูดของคุณวอลต์ ดิสนีย์ ผู้ก่อตั้งบริษัทว่า “คุณสามารถฝัน สร้าง ออกแบบ และสร้างสวนสนุกที่น่าอัศจรรย์ที่สุดในโลกได้ แต่มันจำเป็นต้องมีผู้คนที่มาทำความฝันนั้นให้เป็นจริง”

 

ด้วยเพราะธุรกิจสร้างความสุขนั้น สำคัญอย่างยิ่งที่ต้องพึ่ง “คน” ที่เป็นเบื้องหลัง ไม่ว่าจะเป็นพนักงานในสวนสนุกที่ต้องพร้อมด้วยรอยยิ้มและดูแลลูกค้าให้มีความสุขตลอดเวลา หรือทีมออกแบบสร้างการ์ตูนที่ต้องส่งต่อความสุขให้ผู้คนผ่านหน้าจอ ที่ Disney จึงให้ความสำคัญกับการอบรมพนักงานเป็นอย่างยิ่ง ถึงขั้นสร้าง Disney University มหาวิทยาลัยที่พนักงานทุกคนต้องผ่านหลักสูตรอันเข้มข้นของที่นี่ก่อนจะเริ่มงาน

 

ณ วันแรกที่พนักงานใหม่มาเริ่มงาน ทุกคนไม่ว่าตำแหน่งไหน ระดับงานใด ต้องผ่านคลาสที่เรียกว่า “Tradition” ที่อาจแปลได้ว่า คลาสวัฒนธรรมของดิสนีย์

 

สิ่งแรกที่คลาสนี้สอนพนักงาน ไม่ได้มีอะไรที่เป็นความรู้ทางเทคนิคหน้างานเลย แต่สิ่งที่ดิสนีย์ให้ความสำคัญ และถ่ายทอดผ่านคลาสที่บังคับให้พนักงานทุกคนเข้านี้ กลับเป็นการเสริมพลังให้ทุกคนได้เห็นถึง “ภาพใหญ่” ว่าคุณค่าแห่งการมีอยู่ของดิสนีย์ คือ การสร้างความสุขให้ผู้คน และสิ่งนี้ต้องสะท้อนผ่านทุกงานที่ทุกคนทำในทุกวัน

 

เจ้าหน้าที่ฝ่าย IT คนหนึ่งของดิสนีย์บอกเล่าว่า แม้เขาจะดูไม่น่ามีสัมพันธ์อะไรเลยกับลูกค้าในสวนสนุก แต่เขาก็ต้องผ่านคลาส Tradition นี้ด้วย และเขาก็ยังจดจำเรื่องน่าประทับใจที่เขาได้จากคลาสนี้ และเป็นส่วนที่สะท้อนรายละเอียดได้ดีมากถึงการส่งผ่านวิสัยทัศน์ ลงมาจนถึงเรื่องเล็ก ๆ ในการทำงาน

 

เจ้าหน้าที่ท่านนี้เล่าเรื่องของ “Disney Point” ว่าที่ Disney ห้ามการใช้นิ้วชี้ในการชี้ไปที่ไหนก็ตาม เพราะในบางวัฒนธรรม การถูกชี้นิ้วใส่ถือเป็นเรื่องไม่สุภาพ และ Disney มีลูกค้าที่มาจากทุกพื้นเพ เรื่องนี้แม้จะดูเล็กแต่ก็สำคัญสำหรับ Disney

 

เขายังเล่าต่อถึงเรื่องราวที่ได้รับฟังจากคลาสนี้ อย่างเรื่องของถังขยะ เพราะที่ทางเข้าของสวนสนุก Disney จะมีการแจกขนม และรวมถึงในสวนก็มีร้านขายอาหารเครื่องดื่มกระจายอยู่ด้วย ทีมงานของ Disney จึงต้องมีการวิจัยถึงขนาดที่แอบเดินตาม “แขก” (ที่ Disney ไม่ใช่คำว่า “ลูกค้า” แต่เรียกทุกคนที่มาเที่ยวว่า “แขก”) ว่าขนมที่แจกไป พวกเขากินหมดหลังจากเดินไปกี่ก้าว และ ณ จุดนั้น ต้องมีถังขยะเตรียมไว้ เพื่อให้ลูกค้าไม่ต้องถือขยะเลอะ ๆ ติดมืือไปด้วย

 

มาตรฐานความสะอาดภายในสวนสนุกเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับ Disney และผู้นำของ Disney เองก็สื่อสารอย่างชัดเจนผ่านการลงมือทำ ในคลาส Tradition มีการบอกเล่าเรื่องราวที่คุณวอลต์ ดิสนีย์ เดินตรวจตราในสวนสนุก และพบขยะอยู่ชิ้นหนึ่ง เขาได้ก้มลงไปเก็บด้วยตัวเอง จนพนักงานที่ติดตามมาด้วยบอกว่า เรามีคนทำความสะอาดที่พร้อมจะจัดการอยู่แล้วนะ แต่คุณวอลต์กลับตอบว่า “ใช่ และคนคนนั้นก็คือคุณ” เรื่องนี้ตอกย้ำว่าทุกคนใน Disney ไม่ว่าตำแหน่งใด หรือทำอะไร ต่างมีหน้าที่ช่วยกันดูแลความสะอาด เจ้าหน้าที่ IT คนนี้ยังเล่าว่า เขายังติดนิสัยเก็บขยะขึ้นมานี้ แม้เวลาที่เขาพาลูกไปเที่ยวสวนสนุก Disney ด้วยตัวเองแม้เป็นนอกเวลางานก็ตาม

 

ทุกการออกแบบ ทุกกิจกรรมภายในสวนสนุก Disney ให้ความสำคัญว่าทุกอย่างจะต้องย้อนกลับไปที่โจทย์ให้ได้ว่าสะท้อนภาพใหญ่ของการสร้างความสุขให้ผู้คนอย่างไร อีกหนึ่งเรื่องราวจากคลาสนี้ คือเรื่องที่สนามหญ้ามีรอยแหว่งเพราะคนมาเที่ยวเดินลัดสนามกันจนหญ้าตายไปหมด เมื่อคุณวอลต์ ดิสนีย์มาเห็น เจ้าหน้าที่รีบลนลานมาตอบว่าจะเร่งดำเนินการเอารั้วมาติดให้เรียบร้อยโดยเร็ว แต่คุณวอลต์กลับตอบว่า ถ้าคนชอบเดินทางนี้ ก็ควรจะเอาทางเดินมาลง ให้คนเดินง่าย ๆ ไม่ต้องเหยียบหญ้าจะดีกว่า หรือกระทั่งพนักงานขายของที่ระลึกในสวนสนุก ที่ Disney ไม่ได้เรียกตำแหน่งนี้ว่า Sales person แต่เรียกว่า Merchantainment มาจาก Merchandize และ Entainment นั่นคือ หน้าที่เขาไม่ใช่การขายของ แต่เป็นการเอาของ มาสร้างความสนุก มาเล่นกับแขกที่มาเที่ยว เราจะเห็นพนักงานของดิสนีย์เอาเข็มกลัดมาแลกกับเด็ก ๆ เป็นเรื่องปกติ ทั้ง ๆ ที่เข็มกลัดนั้นเป็นของที่ขายภายในสวนสนุก

 

จะเห็นได้ว่า “ภาพใหญ่” วิสัยทัศน์ของการสร้างความสุขนั้น ถูกส่งต่อ และถ่ายทอดไปถึงสิ่งที่พนักงานทุกคนทำ ไปถึงสิ่งเล็ก ๆ กระทั่งถังขยะ หรือหญ้าในสนาม

 

 

ถึงเวลา “ปักธงเป้าหมาย”

 

บรรยากาศภายในงานวันสื่อสารวิสัยทัศน์ของพวกเรา เต็มไปด้วยพลัง และแรงบันดาลใจ การได้ฟังตัวแทนจากแต่ละหน่วยงานช่วยยืนยันกับพวกเราได้อย่างแจ่มชัดว่า ทุกคนรับรู้บทบาทหน้าที่ที่รับผิดชอบอยู่แล้ว

 

จากนี้ไปก็ถึงเวลาที่พวกเราทุกคน ทุกหน่วยงาน ทุกที่ทำการ จะมา “ปักธงเป้าหมาย” ให้สอดคล้องกับเป้าหมายใหญ่ขององค์กร และเมื่อเป้าหมายเป็นไปในทิศทางเดียวกัน แรงขับเคลื่อน ผลสำเร็จจากทุกหน่วยงานก็จะช่วยเคลื่อนองค์กรไปในทิศทางที่ตั้งใจไว้

 

บทสรุปของงานสื่อสารวิสัยทัศน์ “Together for smart living รวมพลังเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร” ชัดเจนมากว่าพวกเราทุกคนเป็นส่วนสำคัญในการไปสู่วิสัยทัศน์ โดยหวังว่าทุกคนจะเห็นภาพตรงกัน และพร้อมจะขับเคลื่อนไปด้วยหัวใจเดียวกัน เหมือนบทเรียนจากองค์กรระดับโลกอย่าง Disney

 

การที่ลูกค้าเดินลัดสนามหญ้า อาจดูไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่หากเราใส่ใจรายละเอียด อาจจะพบที่มาที่ไปที่อยู่ในใจลูกค้า เฉกเช่น MEA ที่เพิ่มจุดติดตั้งสถานีชาร์จ EV บริเวณร้านสะดวกซื้อ และคอนโดมิเนียม และแน่นอนว่าเราคงจะไม่หยุดแค่นี้

 

เรื่องเล็ก ๆ อย่างการนับก้าวลูกค้าเพื่อวางตำแหน่งถังขยะที่สะท้อนทัศนคติของคนในองค์กรว่าใส่ใจรายละเอียด และพัฒนาอย่างไม่หยุด เฉกเช่น MEA ที่ตั้งใจจะเก็บรายละเอียดกระบวนงาน Virtual District ทั้งหน้าบ้านและหลังบ้านให้ก้าวไปพร้อมกับการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปของลูกค้า

 

การให้ความสำคัญในเรื่องเดียวกัน การเห็นเป้าหมายเดียวกันสู่วิสัยทัศน์ จะทำให้ทุกงาน ทุกวัน ทุกเรื่องเล็ก ๆ เป็นไปเพื่อการพัฒนาองค์กรอย่างสอดประสานซึ่งกันและกัน

 

วันนี้เราได้เห็น “ทิศทาง” แล้ว

ถึงเวลาที่จะต้องสร้าง “เส้นทาง” ของแต่ละคน และเดินไปข้างหน้า สู่ปลายทางเดียวกัน

 

--------------------------------

อ้างอิง :

https://hbr.org/sponsored/2018/02/how-disney-empowers-its-employees-to-deliver-exceptional-customer-service

https://www.disneyfanatic.com/10-amazing-ways-disney-trains-cast-members/

https://www.quora.com/How-does-Disney-University-train-its-employees

 --------------------------------

 

อ่าน "กระแส" บทความอื่น ๆ

22 โลกใหม่ Metaverse เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง Facebook ไม่หยุด disrupt ตัวเอง

21 ระบบล่ม โดนแฮ็ก – ข้อมูลลูกค้า กับความรับผิดชอบใหม่ขององค์กร

20 น้องเทนนิส เหรียญทองแรกของไทย - เจ็บแล้วไม่จบ ล้มแล้วไม่เลิก ตราบใดที่ยังไม่หมดเวลา

19 ปักต้นกล้า MEAei ขยายกิ่งก้าน เพื่ออนาคตพลังงานที่สะอาดและฉลาด

18 ตำนานวอลเลย์บอลหญิงไทย – บทเรียน “Resilient” ล้มให้เจ็บน้อย ลุกให้ว่องไว

17 ฉีด – ไม่ฉีด กับการตัดสินใจที่ดีที่สุด

16 ภูมิคุ้มกันใจที่คน MEA ต้องมี เพราะเบื้องหลังของทุกชีวิต คือระบบไฟฟ้า

15 บริษัทลูก MEA กางใบเรือ ขยายศักยภาพ รับความเปลี่ยนแปลง

14 จะรอวันนั้น... หรือจะเริ่มวันนี้

13 บทเรียน “น้ำประปาเค็ม” MEA พร้อมหรือยัง เตรียมรับมือ “ค่าไฟฟ้าหน้าร้อน”

12 COVID-19 “การรับผิดชอบต่อส่วนรวม” มีเดิมพันที่สูงกว่าเดิม

11 ฝ่าปีสุดโหด 2020 เตรียมรับ Trend โลกปี 2021

10 โจ ไบเดน: สุนทรพจน์หลังชนะเลือกตั้ง กับคำพูดที่ชวนให้คน MEA หันมามอง (เป้าหมาย) ตัวเอง

09 ถอดบทเรียนท่อก๊าซระเบิด - ความไวคือหัวใจ ให้ได้ใจในวิกฤต

08 ตกผลึกเหตุการณ์โรงเรียนชื่อดัง คน MEA ได้เรียนรู้อะไร

07 ความผิดพลาดเกิดขึ้นได้... อยู่ที่ว่าใครรับมือได้ดีกว่ากัน บทเรียนล้ำค่าจากระบบ Garmin ล่ม

06 30 ปีแห่งการรอคอย เราควรเรียนรู้อะไร จากแชมป์ของลิเวอร์พูล

05 เชื่อหรือไม่? ชีวิตดิจิทัล เริ่มต้นที่ใจ

04 จัดทัพสู้! เรียนรู้จากสิ่งที่พลาด ถอดบทเรียนกรณีการบินไทย (ตอนที่ 2)

03 จัดทัพสู้! เรียนรู้จากสิ่งที่พลาด ถอดบทเรียนกรณีการบินไทย (ตอนที่ 1)

02 รัฐวิสาหกิจมั่นคงจริงหรือ? รวบรวมบทวิเคราะห์เพื่อการเรียนรู้ ถอดบทเรียนจากกรณีการบินไทย

01 MEA เจิดจ้า ท้าชนพี่ ๆ มาสคอตระดับโลก